Home » news » บุกคลินิก’เสริมความงาม’ ไร้แพทย์สุ่มเสี่ยงอันตราย

สสจ.สนธิกำลังตำรวจ บุกตรวจคลินิกเสริมความงามกลางเมืองเชียงใหม่ พบไม่มีแพทย์ประจำให้บริการ สุ่มเสี่ยงเกิดอันตรายต่อผู้ใช้บริการ  เมื่อวันที่ 2 พ.ย. นายพิสนธิ์ ศรีบัญฑิต เภสัชกรชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 5 และเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นำกำลังเข้าตรวจสอบภายในคลินิกเสริมความงาม

ชื่อ พีเอ็ม คลินิกเวชกรรม ตั้งเลขที่ 418/11 ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น อยู่ภายในโครงการปันนา คอนโดมิเนียม ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยที่ชั้น 3 ของคลินิก ดัดแปลงเป็นห้องเพื่อให้บริการลูกค้า พบนางสาวนิตยาพร ต่วน อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/7 ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รับเป็นเจ้าของและผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลดังกล่าว กำลังให้บริการฉายเลเซอร์เพื่อให้ใบหน้ากลับมาขาวเหมือนหนุ่มๆ กับลูกค้าชายรายหนึ่งที่นอนอยู่บนเตียง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้หยุดรรักษา พร้อมขอตรวจสอบเอกสารหลักฐานใบอนุญาตประกอบกิจการ และใบอนุญาตของแพทย์ผู้ดำเนินการ เบื้องต้นนางสาวนิตยาพร กล่าวว่า ตนเองเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ในนามของห้างหุ้นส่วนจำกัด พรีเมี่ยมคลินิก ขณะที่แพทย์ที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลนั้นไม่ได้อยู่เฝ้าที่คลินิก

นายพิสนธิ์ กล่าวว่า การเข้าตรวจสอบครั้งนี้เนื่องจากได้รับร้องเรียนจากผู้ใช้บริการว่าที่คลินิกแห่งนี้ไม่มีแพทย์ประจำคลินิกเวชกรรม แม้มีการขออนุญาตประกอบการถูกต้องตามกฎหมาย  แต่ในส่วนของแพทย์ประจำคลินิกนั้นไม่พบมีแพทย์ที่คอยกำกับดูแลตลอดเวลาทำการ ซึ่งผู้ได้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีแพทย์ประจำ แต่ปรากฎว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกลับทำหน้าที่แพทย์เสียเองซึ่งถือเป็นความผิด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหา เป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไม่จัดหาผู้ประกอบวิชาชีพมาปฏิบัติการ  อัตราโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท และข้อหาการประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท อย่างไรก็ตาม คลินิกแห่งนี้ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง หากปรับปรุงแก้ไขก็สามารถเปิดดำเนินการต่อได้ เว้นแต่หากเข้ามาตรวจและพบการกระทำผิดซ้ำ หรือพบมีการใช้อุปกรณ์ที่เป็นอันตรายไม่ปลอดภัย ก็จะถูกสั่งปิดชั่วคราว เพื่อแก้ไขให้ถูกต้องสำหรับการให้บริการฉายเลเซอร์ ต้องใช้แพทย์ผู้มีความรู้ความชำนาญการในการทำ เพราะต้องดูเรื่องระยะเวลา และความเข้มข้นของรังสี และความระมัดระวัง หากไม่มีความรู้หรือความชำนาญอาจจะเกิดอันตรายต่อผิว เช่น ผิวไหม้ หรือถ้าโดนในตำแหน่งอันตราย เช่น ดวงตา ก็อาจทำให้ตาบอดได้ ซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ยังมีที่ทางสาธารณสุขรับเรื่องร้องเรียนมาและจะได้เข้าตรวจสอบยังจุดอื่นต่อไป ภายหลังการสอบสวนทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนางสาวนิตยาพร ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews